ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเรื่องเทคโนโลยี 3G ในบ้านเรา ผู้ให้บริการต่างๆยังไม่มีความชัดเจน แต่ที่ชัดแจนแน่ๆ เพราะตัวเองมีคลื่นอยู่และพร้อมให้บริการได้ คือ บมจ. TOT
เนื่องจากตัว TOT เองนั้นผมยังมองว่าไม่มีความพร้อมในเรื่องการให้บริการ จากสิ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา (Thai Mobile 1900, TOT ADSL, PSTN) สิ่งที่ผมคาดว่า Model การจัดเก็บรายได้คงมาจากการให้สิทธิ์การทำ MVNO(Mobile Virtual Network Operator)กับผู้ให้บริการที่อยากเข้าธุรกิจมือถือ แต่ไม่มีคลื่นเป็นของตัวเอง เป็นหลัก(ธรรมดา TOT ได้รายได้ส่วนใหญ่เกิดจากส่วนแบ่งจากการเป็นเจ้าของสัมปทานคลื่น 900 ที่ให้สิทธิ์ AIS ไปทำ)
บริษัท 365 ก็เช่นกันเพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในการเป็น MVNO กับ TOT และเพิ่งได้ทำ Campaign ในการเปิดตัวในลักษณะ Viral Marketing เพื่อการสร้างการรับรู้จดจำแก่กลุ่มเป้าหมาย(ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นประจำ) ในชื่อ “Upgrade 3G กับ 365″ โดยให้ผู้ที่สนใจที่อยากได้ซิม 3G ไปทดลองก่อน ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ พร้อมต้องชวนเพื่อนที่เล่น Social Network(Hi5, Facebook, Twitter) 4 คนร่วมก๊วนและส่ง SMS ยืนยันตัว

365 Campaign : Upgrade 3G with 365
ขณะนี้ระหว่างเขียนบทความมีผู้ลงทะเบียน 20,729 คน ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี เพราะกลุ่มทดลองที่เข้ามาล้วนแต่เคยมีประสบการณ์ในการใช้ Social Networking ซึ่งเป็นหนึ่งใน Application ที่รันอยู่ในอินเตอร์เน็ต แต่สิ่งที่ผิดพลาดคือ คำพูดที่กำกวม ไม่ชัดเจนในการประกาศ/ประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่ไม่มีการบอกถึงข้อยกเว้นที่จะไม่ได้ซิม, ไม่มีการพูดถึงจำนวนในการแจกล๊อตแรก ลามไปจนถึงการออกแบบเว็บไซต์ที่ดูแนว แต่เหมือนทำเล่นๆขำๆ
แต่สิ่งที่ผมสนใจคือการใช้ภาษาในการให้ข้อมูลของ 365 ลำพังดูแล้วเหมือนจะ friendly กับลูกค้า แต่มันดูเหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน

(un)official FAQ ?
นึกว่านั่งอ่าน chat log ของเด็กมัธยมคุยกัน

un(official) FAQ ? 2
อ่านมาแล้วรู้สึก บริษัทนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือในการให้บริการเลย จนถึงขนาดมีคนเรียก 365.co.th ว่า เว็บนาธาน365 เพราะความกำกวมในการสื่อสาร
แต่ที่ตลกอีกอย่างคือ TOT คิดอะไรอยู่ เพราะจะเอาซิมไปขายที่ Central World 13.00 น. ก่อนที่ 365 จะทำการแจกซิมในวันเดียวกัน 17.00 น., กะจะมาแย่งลูกค้า เห็นได้ชัดว่า TOT ยังคิดไม่เป็นอยู่เหมือนเดิม

Adobe CS4 Web 2.0 Design Workflow
เนื่องจากว่าได้ทราบลิงค์งานนี้ Adobe CS4 Web 2.0 Design Workflow จาก twitter และด้วยความที่งานของผมก็เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ก็เลยอยากไปดู workflow ว่าคนอื่นเขามีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า ก็เลยเข้าไปนั่งฟังด้วยครับ
งานนี้จัดขึ้นที่ หอศิลป์กรุงเทพมหานคร โดย Thai Adobe Flex User Group ผู้บรรยาย : Jedt Sitthidumrong
เนื้อหาหลักๆคือแนะนำ Workflow ในการออกแบบเว็บไซต์ที่ถูกต้องเพื่อความรวดเร็ว และลดขั้นตอนยุ่งยากในการทำงานในฝั่งการออกแบบ โดยใช้ Software หลักๆคือ
โดยใช้ Fireworks ในฝั่งการออกแบบ mockup และใช้ dreamweaver/firebug ในฝั่ง coding/debugging
เนื้อหาด้าน Adobe Fireworks CS4
- ระวังการใช้ Stoke ในการออกแบบ mockup เพราะถ้าออกแบบผิดแล้วต้องการขยาย scale ที่ดูสวยงามในแต่ละ resolution จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
- อย่าใช้ Adobe Illustrator ในการออกแบบโดยเด็ดขาด เนื่องจากปัญหาเรื่อง scaling และความไม่เท่ากันในหน่วย point/pixel (ลองจากทำ stoke แล้วยืดขยายดู)
- สร้าง Master Page ใน Adobe Fireworks ทุกครั้งที่ทำงาน เพื่อลดความซ้ำซ้อนของ element หลักในหน้าเว็บ(หน้าอื่นๆก็จะ inherit จาก Master Page)
- ฝัง Meta Data(Description, Tagging, Copyright, Author, etc.) ทุกครั้งเมื่อทำงาน เพื่อความสะดวกในการค้นหา ลดความซ้ำซ้อน
- Stoke แบบ Hardline ขอบจะคมเต็ม pixel, Softline ขอบจะฟุ้ง(เกิดจากการทำ Anti Aliasing)
- การทำ Roll-Over ให้ใช้การสร้าง State แล้วค่อยไปสร้าง Behavior (เทคนิคนี้เหมือนทำบน Dreamweaver แต่ส่วนตัวผมไม่แนะนำในการทำงานจริง เพราะ coding ที่ Adobe ใช้ปรับแต่งต่อยาก)
- Graphic Library มีแถมมาให้ใน Adobe Fireworks ใช้งานได้เลยจาก common library
- Adobe Fireworks CS4 มีฟังก์ชั่น “Export to Flex Skin” เพื่อเพิ่มความง่ายในการออกแบบ Flex Application โดยทำ template ในหน้าเดียว
- ใช้ฟังก์ชั่น Align เพื่อจัดการเรื่องตำแหน่งและขนาดของ element ทั้งหมด(แนะนำเทคนิคนี้ เพราะง่ายมาก ไม่ต้องไปเล็ง)
- ควรใช้การ Export to PDF เพื่อให้ลูกค้ารีวิว (เนื่องจาก pdf สามารถให้ลูกค้าวาด comment ในตัว viewer แล้วบันทึกส่งกลับมาพิจารณาต่อได้ (โปรแกรม Preview ในแมคใช้ฟังก์ชั่น Annotate)
- สามารถสร้าง Popup menu โดยการใช้เทคนิค swap image ใน behavior อีกเช่นเคย
เนื้อหาด้าน Adobe Dreamweaver CS4
- เวลาทำเว็บทุกครั้ง ต้องประกาศ tag <!DOCTYPE> ทุกครั้ง เพื่อบอก version ของ html และแนะนำให้ใช้ “XHTML”
- ใช้ cmd+option+click เพื่อดูรายละเอียดของ element ต่างๆ (คล้ายๆ Firebug)
- ลดขั้นตอนในการทำงานโดยการใช้การ Edit Original ที่ Fireworks แล้วกด Done เพื่อกลับมาแก้ที่ Dreamweaver ต่อได้(ลดขั้นตอนการทำงานข้ามโปรแกรมได้ดีมาก)
- ใช้การ “Clocking” ไฟล์ เพื่อป้องกันการ Upload ไฟล์ขึ้นไปซ้อนทับกัน (แต่ผมแนะนำให้ใช้วิธีการทำ subversion เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน)
- ให้ลูกค้าใช้ Firefox ในการรีวิวงาน(เนื่องจากพัฒนาบน Firefox เป็นหลักเนื่องจากได้มาตรฐาน Web Standard) เมื่อทำใกล้เสร็จค่อยให้แก้ Bug ในส่วนของ Internet Explorer (เพราะ IE มันเรื่องมากในมาตรฐานเว็บ ลูกค้าบางคนยังใช้ IE6 ซึ่งจะ 10 ปีเข้าไปแล้ว)
CSS Design Workflow – การทำงานกับการออกแบบ Style Sheet ให้ออกแบบใน Firefox เป็นหลักแล้วค่อยทำ css hacking กับ IE6,7,8 แยกไฟล์กัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน
- Reset CSS
- CSS Layout (IE6,IE7,IE8(แยกแต่ละไฟล์เพื่อทำ Hacking))
- CSS Text (IE6,IE7,IE8(แยกแต่ละไฟล์เพื่อทำ Hacking))
จะว่าไปส่วนใหญ่ผมมักจะทำ mockup บน photoshop โดยอิงจาก 960.gs template เพื่อความสะดวกในการวาง grid เว็บ แล้วค่อยมา hardcode ใน TextMate (Dreamweaver จึงไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรกับผมมากนัก) แต่หลังจากนี้คงจะลองเอา workflow นี้ไปทำงานดูครับ
จาก ข่าว ที่ News Corp. (บริษัทด้านสื่อยักษ์ใหญ่ของอเมริกา) ได้ออกมาตัดสินใจทำ exclusive deal กับ bing ของ microsoft โดยการห้ามไม่ให้ Google ทำ indexing ผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งผมก็มองไปว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายรึเปล่า เพราะ Google มี Market share ในวงการ Search Engine มากที่สุด
โดยแลก traffic ที่จะไม่ได้จาก Google แต่ได้เงินจาก microsoft และ traffic ที่น้อยลงจาก bing
โดยที่ gawker.com ได้ทำ visualize แสดงว่าถ้าไม่มี News Corp. ในผลการค้นหาแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง

Google News Result
keyword แรก “lieberman public option” มีเพียง 2 link จากหน้าแรกที่เป็นของ News Corp.

Google News Result(specific "Wall Street Journal")
ลองจำกัด criteria ลงให้เฉพาะว่าข่าวได้ต้นฉบับมาจาก “Wall Street Journal” ก็พบว่ามี 3 ลิงค์หลักที่มาจาก News Corp.

Google News Result (fill-out WSJ and Foxnews)
สุดท้ายทำการทดลอง fill-out ไม่เอาผลลัพธ์จาก WSJ และ Foxnews พบว่าข่าวจากที่อื่นก็สามารถเป็นประโยชน์ได้หมด ดังรูปสีเขียว
สรุปผลการทดลองทั้งหมดพบว่า Google ไม่เสียผลลัพธ์ในการค้นหา เนื่องจากข่าว 1 ข่าวถูกนำเสนอซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ (ดังที่ปรากฎใน news mashup อย่าง techmeme ที่ทำเสนอข่าวที่อยูใน criteria เดียวกัน)
Source : http://gawker.com/5412151/a-glimpse-of-google-without-news-corp-no-big-loss/gallery/
ธรรมดาผมก็ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว แถมต้อง “ฝังปก” กับ iTunes ด้วยเพื่อความสวยงามในการ browse บน iPhone
แต่แล้วปกเพลงธรรมดาๆ ที่ผมสงสัยว่า “มันจะสื่ออะไร” สุดท้ายผมก็เจอสิ่งที่ซ่อนอยู่
ใช้เวลากับรูปสักหน่อยนะครับ มี 2 ปกครับ แล้วค่อยไปดูเฉลยด้านล่าง :

bbb cover(art)

bbb cover(art)
คิดออกรึยังครับ
====================================
เฉลย :
รูปบนใช้คำว่า base ball bear Love Mathematics ไว้ (วิธีการมองให้เอียงหัวไปทางซ้าย)
รูปล่างใช้คำว่า base ball bear Change ไว้ (วิธีการมองให้เอียงหัวไปทางขวา)
ทั้งสองรูปนี้ผมว่าเจ๋งมาก เพราะเป็นการนำเอาแค่ตัวอักษรมาทำการจัดเรียงจนได้ภาพศิลป์ออกมา ไม่ว่าจะใช้เทคนิคแบบ mirror หรือ เน้นสีเฉพาะส่วนเพื่อสร้างเป็นภาพใหม่ แต่ความหมายยังคงถูกซ้อนไว้เหมือนเดิม แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าภาพที่สร้างขึ้นมามักจะสมมาตร และรักษาระยะห่างเท่าๆกันครับ